รู้ก่อน..รวยก่อน! 7 เทรนด์ธุรกิจความงาม 2019

คงปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่า ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคที่ทุกคนให้ค่านิยมความสวยความงามกันเป็นอย่างมาก ทำให้ธุรกิจด้านความงามในประเทศไทยมีอัตราการเจริญเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไล่มาตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมไปจนกระทั่งผลิตภัณฑ์ดูแลเล็บเท้า รวมทั้งการเกิดขึ้นของสถาบันความงามต่างๆ ที่พร้อมรองรับทุกความต้องการของทุกเพศทุกวัย

ส่งผลให้ปัจจุบัน การแข่งขันในวงการธุรกิจความงามนั้นเข้มข้นเป็นอย่างมาก จากผู้ประกอบการเครื่องสำอางรายย่อย หรือ SMEs ก้าวสู่ระดับนานาชาติได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ถือเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างเร็ว อย่างไรก็ตามการตอบสนองเพื่อให้ทันกับกระแสปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ “สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA” จึงได้เผยถึงเทรนด์ตลาดความงามในปี 2019 เพื่อให้รู้ทันเทรนด์แห่งอนาคต ซึ่งพบว่า 7 เทรนด์ความงามในปี 2019 ที่มาแรงและจำเป็นต้องรู้เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจมีดังนี้ครับ

1. เครื่องสำอางออแกนิก 
จากกระแสนิยมรักสุขภาพและการใฝ่หาความเป็นธรรมชาติ 100% ส่งผลให้ผู้บริโภคในปัจจุบันหันมาเน้นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น จึงเป็นเทรนด์ที่ยังร้อนแรงและเด่นชัดมากที่สุด ซึ่งไม่เพียงแค่ใช้พืชพรรณสมุนไพร แต่ยังรวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่ต้องใส่ใจในการนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น ขวดแก้วที่ใส่บรรจุภัณฑ์แทนขวดพลาสติก กล่องสินค้าที่ย่อยสลายและมีกลิ่นอ่อนๆของธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีต่อผู้ใช้แล้ว ยังเป็นการช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเท่ากับลดการใช้สารเคมี และยังเป็นการสร้างความน่าสนใจที่แตกต่างกับสินค้าทั่วไปในท้องตลาดได้อีกด้วย

2. นวัตกรรมเทคโนโลยีความงาม
นวัตกรรมและเทคโนโลยี ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้ดำเนินธุรกิจควรเริ่มตั้งแต่การคิดค้นสูตร การวิจัย ต่อเนื่องถึงกระบวนการผลิต เช่น เครื่องจักรที่ทันสมัย การใช้วัตถุดิบที่แตกต่าง ระบบควบคุมคุณภาพที่ใช้ในระหว่างการผลิต การจัดเก็บ ตลอดจนถึงขั้นตอนการขนส่งถึงลูกค้า และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เช่น การใช้นวัตกรรมลดริ้วรอย ส่วนผสมเพื่อการบำรุงผิวพรรณ นวัตกรรมยกกระชับต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จำเป็นต้องพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อวิถีผู้บริโภคสมัยใหม่ และยังเป็นการสร้างแบรนด์ให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

3. สมุนไพรไทย Only in Thailand
ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งสมุนไพรที่ได้การยอมรับจากทั่วโลก วิธีหนึ่งที่จะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าไทยกับแบรนด์ต่างประเทศคือ การใช้ส่วนผสมที่มาจากเมืองไทยที่หาได้เพียงที่นี่ที่เดียว แต่อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ด้วยการเสริมงานวิจัยและวิทยาศาสตร์มาเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ซึ่งกลยุทธ์ข้อนี้ถือเป็นแนวทางส่งเสริมให้กับกระแสออแกนิกที่กำลังทวีกระแสให้เติบโตควบคู่กันได้ดียิ่งขึ้น

4. ไอโอที สมาร์ท บิวตี้
Internet of Things หรือ IoT เป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ และคงจะดีไม่น้อยหากมีเครื่องสำอางที่ชาญฉลาด อำนวยความสะดวกด้านผลลัพธ์ที่ได้มากกว่า “ความสวย” และเชื่อมโยงกับโลกอินเทอร์เน็ตไร้สายได้ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น การใช้เซนเซอร์ผนึกกับผิวหนังเผื่อตรวจวัดค่าแสง UV พร้อมรายงานให้ผู้ใช้ทราบผ่านมือถือแบบเรียลไทม์ การสร้างแอปพลิเคชั่นเสริมเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับรู้ถึงผลกระทบจากสภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อร่างกาย การสแกนใบหน้าเพื่อวัดค่าอันตรายจากการใช้เครื่องสำอาง ฯลฯ ทั้งนี้ กลยุทธ์การใช้ IoT เป็นโอกาสที่จะได้ทั้งการจดจำแบรนด์ ช่วยดึงดูดความสนใจ รวมถึงเป็นการสร้างความต้องการให้เกิดขึ้นใหม่ให้กับผู้บริโภค ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ก็เริ่มมีแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังได้พัฒนาแคมเปญการตลาดดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

5. ตอบโจทย์ทุกเฉดสีผิว 
ทุกวันนี้ เครื่องสำอางหลายแบรนด์ระดับโลกได้หันมาให้ความสำคัญในเรื่องความหลากหลายของผู้บริโภคมากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดและทุกขั้นตอน โดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นหลัก และต้องเข้าใจทุกปัญหาของผู้บริโภคที่มีอยู่อย่างไม่จำกัดเพื่อตอบทุกโจทย์และเข้าถึงการตลาดได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ เทรนด์ดังกล่าวยังช่วยให้ผู้ใช้ได้ความรู้สึกแห่งความเท่าเทียมรวมทั้งช่วยให้เกิดความภักดีต่อแบรนด์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

6. Anti–Pollution ดูดีได้ในทุกสภาวะ 
จากปัญหามลภาวะในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกับคนเมือง ถือเป็นปัญหาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เช่น ไอเสียจากการจราจร ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า โดยสิ่งเหล่านี้ถือเป็นภัยที่ทำร้ายสุขภาพและความสวยงามได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การผลิตเครื่องสำอางเพื่อปกป้องผิวจึงเป็นอีกกลยุทธ์ที่น่าสนใจและเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ผู้บริโภคจะมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอ

7. หอมแบบไม่ต้องใส่น้ำหอม
การใช้กลิ่นเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้ว่าหลากหลายแบรนด์ได้นำแรงบันดาลใจนำกลิ่นต่างๆ มาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในเรือนร่างตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่น กลิ่นผลไม้ กลิ่นขนมหวาน กลิ่นเครื่องดื่ม กลิ่นดอกไม้ อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ในข้อนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ที่ต้องทำ เพราะแบรนด์ทั่วไปทำเท่านั้น แต่เป็นการเข้าถึงความรู้สึกและให้ประโยชน์เพิ่มเติมเช่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แก้อาการวิตกกังวล ให้ความรู้สึกสดชื่น เป็นต้น

และทั้งหมดนี้ถือเป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ทำธุรกิจด้านความงามจำเป็นต้องรู้ เพื่อก้าวทันเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคและนำมาปรับใช้ในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เพื่อเจาะตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและขยายช่องทางการค้าให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณที่มา : สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ DITP

ท้ายนี้ ผมขออนุญาตแนะนำโอกาสดีๆ ที่คุณสามารถเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางคุณภาพเทียบเท่า Counter Brand ได้ง่ายๆ เพียงสั่งผลิตกับ CREMA Cosmetic & Skin Care เริ่มต้นเพียง 20,000฿ ซึ่งคุณจะได้ทั้งเนื้อครีม, บรรจุภัณฑ์ และ อย. เป็นสินค้าพร้อมจำหน่ายทันที พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษ! สั่งผลิตครีม เครื่องสำอาง เดือนนี้ ตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป ฟรี! ขึ้นทะเบียน อย. 1 ผลิตภัณฑ์ (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ตามช่องทางการติดต่อที่ปรากฎอยู่บนเว็บไซต์ของเราได้เลยนะครับ

ARTICLE BY
RESEARCH & DEVELOPMENT MANAGER
CREMA COSMETIC & SKIN CARE

*บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทฯ สามารถแชร์บอกต่อได้ แต่ไม่อนุญาตให้คัดลอก ดัดแปลง หรือแก้ไข เพื่อนำไปลงเว็บไซต์อื่นก่อนได้รับอนุญาต หากต้องการใช้เนื้อหาในบทความนี้ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่